บาร์โค้ดกับวัสดุก่อสร้าง

สติ๊กเกอร์บาร์ โค้ดสำหรับเครื่องมือช่าง

       อุปกรณ์เครื่องมือช่าง ส่วนใหญ่จะถูกแพ็คมาจากโรงงานผู้ผลิตแล้วเป็นอย่างดี เพราะต้องป้องกันความเสียหายที่เกิดระหว่างขนส่ง และส่วนใหญ่ที่กล่องจะมีรายละเอียดบอกมาครบ รวมถึงยี่ห้อของสินค้าด้วย

       การที่เราจะติดสติ๊กเกอร์บาร์โค้ด เอาไว้อำนวยความสะดวกให้กับผู้ขายและคนเช็คสต็อคนั้น ควรติดสติ๊กเกอร์บาร์โค้ดไว้ด้านหลังกล่องสินค้าเพื่อไม่ให้สติ๊กเกอร์บาร์โค้ดไปทับรายละเอียดอื่นๆ สติ๊กเกอร์บาร์โค้ดหรือฉลากสินค้าติดเครื่องมือช่าง แนะนำเป็นขนาด 3.5 x 2.5 ซม. จะสามารถใส่บาร์โค้ด และราคาได้พอดีทำให้ลูกค้าเห็นราคาได้ชัดเจน ผู้ขายก็สามารถใช้เครื่องอ่านบาร์โค้ด อ่านบาร์โค้ดเข้าโปรแกรมขายหน้าร้านได้ทันที

       และจะมีเครื่องมือช่างบางชนิดที่ไม่มีกล่องใส่มา เช่น ไขควง ตะปู น็อต ก็สามารถบรรจุลงในถุง แล้วติดสติ๊กเกอร์ลงบนถุงได้ด้วย แต่ถ้าจะใส่รายละเอียดเพิ่มขึ้น แนะนำให้ใช้สติ๊กเกอร์ขนาดที่ใหญ่ขึ้น เพราะจะใส่ข้อความได้มากขึ้น สามารถทำเป็นฉลาก สคบ. อธิบายวิธีการใช้งาน ร้านที่จำหน่าย เพิ่มเข้าไปได้ด้วย

      ส่วนหมึกที่จะใช้พิมพ์ก็สำคัญ เพราะไขควง น็อต หรือตะปู ที่เรานำมาใส่ถุงแพ็คใหม่ ส่วนใหญ่จะถูกวางไว้ทับๆ กันที่ชั้นวางของทำให้ข้อความ หรือบาร์โค้ดที่เราพิมพ์บนฉลากสินค้า จะลบเลือนถูกขูดขีด จางหาย ทำให้ลูกค้าไม่สามารถอ่านข้อความได้ พนักงานขายก็ไม่สามารถยิงบาร์โค้ดได้  วิธีแก้คือ ต้องใช้หมึกพิมพ์เนื้อพิเศษ เช่นแว็กเรซิ่น ที่จะช่วยทำให้ข้อความที่พิมพ์ติดบนสติ๊กเกอร์ได้คงทน ทนต่อการขูดขีด

สติ๊กเกอร์บาร์โค้ดสำหรับอุปกรณ์ประปา

      อุปกรณ์เกี่ยวกับ ท่อประปา ข้อต่อ ข้องอ จะมีพื้นที่ติดสินค้าที่ไม่เหมือนกันกับอุปกรณ์เครื่องมือช่าง อย่างท่อประปาสติ๊กเกอร์บาร์โค้ดควรติดที่ปลายท่อเลย เพราะจะทำให้สะดวกและง่ายต่อการคิดเงิน ยิ่งถ้าเราใส่ขนาดของท่อไว้ในสติ๊กเกอร์บาร์โค้ดด้วยจะยิ่งอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าที่มาเลือกซื้อท่อประปาได้

      จะสังเกตเห็นว่าท่อประปามีลักษณะโค้งและผิวมัน สติ๊กเกอร์บาร์โค้ดที่เลือกใช้ ควรมีขนาดใหญ่พอที่ครอบคลุมความโค้งของท่อประปา และควรติดสติ๊กเกอร์ตามแนวยาวของ
ท่อประปา เพื่อให้บาร์โค้ดอยู่ในแนวที่สามารถใช้เครื่องอ่านบาร์โค้ดอ่านได้
      สติ๊กเกอร์บาร์โค้ดควรเป็นกาวที่มีคุณภาพดี เมื่อติดแล้วสติ๊กเกอร์จะไม่ดีดหรือหลุดออก ขนาดสติ๊กเกอร์บาร์โค้ดที่เราแนะนำคือ ขนาด 5 x 2.5 ซม. ซึ่งสามารถใส่บาร์โค้ด
EAN-13 ได้พอดี (บาร์โค้ดที่ได้รับการยอมรับและเป็นที่นิยมที่สุดในโลก) และยังมีพื้นที่พอที่จะใส่ รายละเอียดและขนาดของท่อประปาได้อีกด้วย

      ส่วนข้อต่อ ข้องอ จะมีพื้นที่กว้างกว่า ทำให้การติดฉลากสินค้าง่ายกว่า  เราจะแนะนำให้ใช้เป็น ขนาด 5 x 3.5 ซม. จะสามารถใส่ได้ทั้งบาร์โค้ด ราคา รายละเอียดสินค้า หรือจะใส่เป็นชื่อบริษัท ชื่อร้านก็ได้ ข้อดีของการใส่ชื่อบริษัทลงสติ๊กเกอร์บาร์โค้ดคือ เวลาลูกค้าต้องการซื้อสินค้าซ้ำ ลูกค้าสามารถติดต่อกับเราได้โดยตรง ทำให้ไม่เสียโอกาสในการขาย

      ส่วนท่อประปาที่ขายเป็นชุดผู้ผลิตจะแพคมาเป็นถุงที่ติดโลโก้มาแล้ว แต่ส่วนใหญ่จะไม่มีฉลากบาร์โค้ดติดมาด้วย ร้านค้าปลีกควรทำสติ๊กเกอร์บาร์โค้ดติดที่ถุงพลาสติก เพื่ออำนวยความสะดวกในการขายหน้าร้าน สติ๊กเกอร์บาร์โค้ดที่เราแนะนำคือ ขนาด 5.2 x 4.2 ซม. เป็นขนาดที่พอดี ใส่รายละเอียดได้ครบติดแล้วดูสวยงาม ไม่ใหญ่เกินไปจนบังสินค้าในถุง

สติ๊กเกอร์บาร์โค้ดสำหรับถังสีและอุปกรณ์ทาสี

      ถังสีจะใช้สติ๊กเกอร์บาร์โค้ดที่มีขนาดใหญ่กว่าสินค้าอื่นๆ เนื่องจากถังมีขนาดใหญ่ รายละเอียดบนสติ๊กเกอร์ถังสีจะมีชื่อชนิดของสี รหัสสี น้ำหนัก ราคา วันเดือนปีผลิต วันหมดอายุ ล็อตการผลิต บาร์โค้ด และอื่นๆ เพื่อให้ลูกค้าและพนักงานขายเห็นรายละเอียดได้ชัดเจนโดยไม่ต้องยกถังสีขึ้นมาเพื่ออ่าน หรือยกถังสีลงจากชั้นวางสินค้า และยังสะดวกต่อการอ่าน หรือสแกนบาร์โค้ดเข้าระบบขายหน้าร้านได้ทันที

เนื่องจากถังสีมีหลายขนาด ลูกค้าควรเลือกใช้สติ๊กเกอร์ให้มีขนาดเหมาะสม เช่น

ขนาดถังสีขนาดสติ๊กเกอร์ที่แนะนำ
3.7 ลิตร5 x 3.5 ซม.
9.4 ลิตร5 x 3.5 ซม.
18.9 ลิตร10 x 5 ซม.

      ในกรณีที่สติ๊กเกอร์มีขนาดใหญ่แนะนำให้ใช้เครื่องอ่านบาร์โค้ดแบบเลเซอร์  อ่านได้กว้างขึ้นและไกลขึ้น สามารถอ่านบาร์โค้ดในขณะที่ถังสีอยู่ในรถข็นได้เลย

      นอกจากสติ๊กเกอร์ติดถังสีแล้ว อุปกรณ์ทาสีอื่นๆ เช่นแปรงทาสี ซึ่งมีหลายขนาด  เพื่อป้องกันลูกค้าหยิบผิดหรือหยิบสลับกัน เราแนะนำว่าควรพิมพ์ขนาดของแปรงทาสีให้ใหญ่พอ เมื่อลูกค้าเห็นแล้วจะเข้าใจได้ทันที

ขนาดของสติ๊กเกอร์ที่แนะนำคือ 3.5 x 2.5 ซม. สามารถใส่รายละเอียดบาร์โค้ดและขนาดแปรงได้ชัดเจน และไม่ใหญ่เกินไปสำหรับแปรงทางสี

      ส่วนลูกกลิ้งทาสีซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าแปรงทาสี เราแนะนำสติ๊กเกอร์บาร์โค้ด เป็นขนาด 5 x 3.5 ซม. ซึ่งสามารถใส่รายละเอียดการใช้งานได้ครบ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการใช้งานของลูกค้า

สติ๊กเกอร์บาร์โค้ดสำหรับกับอุปกรณ์ไฟฟ้า

      ในส่วนของอุปกรณ์ไฟฟ้า นอกจากจะใส่บาร์โค้ดและราคาแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุด คือวิธีการใช้งาน ซึ่งควรละเอียดและชัดเจน เพราะหากลูกค้าซื้อผิดไปและใช้งานไม่ถูกวิธี เช่น
เกินสเป็คของสินค้า อาจจะเป็นอันตรายต่อผู้ใช้งานได้

ตัวอย่างเช่น ปลั๊กไฟ ควรติดฉลากสินค้าบอกคุณสมบัติของปลั๊กไฟตามมาตรฐาน มอก. คือ
• กระแสไฟฟ้า ( แอมแปร์ )
• แรงดันไฟฟ้า ( โวลต์ )
• กำลังไฟฟ้าสูงสุด ( วัตต์ )
• เครื่องหมายการค้า
• รุ่นสินค้า

      โคมไฟ ส่วนใหญ่จะติดสติ๊กเกอร์บาร์โค้ดที่ตัวโคมเลย แต่พื้นผิวของโคมไฟมีลักษณะมัน โค้ง และไม่เรียบ สติ๊กเกอร์บาร์โค้ดที่ใช้ติดควรเป็นสติ๊กเกอร์เนื้อฟอยล์เงินด้าน เพราะสามารถติดบนพื้นผิวที่ไม่เรียบและมีความทนทานกว่า คุณสมบัติที่เป็นจุดเด่นของสติ๊กเกอร์เนื้อฟอยล์เงินด้าน คือ สามารถทนต่อความร้อนได้ถึง 145 องศา ซึ่งสามารถรองรับกับความร้อนของตัวโคมไฟได้ ลูกค้าไม่จำเป็นต้องลอกสติ๊กเกอร์ออก เพราะหากโคมไฟมีปัญหาก็สามารถถอดออกมาเปลี่ยน โดยยังเห็นรายละเอียดของโคมไฟบนสติ๊กเกอร์ที่ติดไว้

      ส่วนหลอดไฟ ควรใส่คำแนะนำให้ชัดเจน ว่าสามารถใช้ได้กับแรงดันไฟฟ้าขนาดกี่โวลต์และความสว่างกี่วัตต์ อุณหภูมิของแสง เช่น วอร์มไวท์ (Warm White) คูลไวท์ (Cool White) เดย์ไลท์ (Day Light)

สติ๊กเกอร์บาร์โค้ดสำหรับสุขภัณฑ์ห้องน้ำ

      สติ๊กเกอร์ที่ติดมากับชักโครก อ่างล้างหน้า อ่างอาบน้ำ เป็นสติ๊กเกอร์ที่มีขนาดใหญ่เพราะต้องระบุรายละเอียดของสินค้า และวิธีการใช้งานให้ละเอียดขึ้น เนื่องจากสินค้ามีราคาสูง ลูกค้าจึงต้องทำความเข้าใจและมั่นใจในสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อ สติ๊กเกอร์ควรระบุรายละเอียด เช่น โลโก้ผู้ผลิต ชื่อผู้จัดจำหน่าย ขนาด วัสดุ ประเทศที่ผลิต คำแนะนำการติดตั้ง คำเตือนในการใช้งาน และคุณสมบัติเด่นของสินค้าเช่น ทนการขีดข่วน ทนกรดด่าง คงสภาพสีเดิมได้นาน และทำความสะอาดง่าย

      สติ๊กเกอร์ขนาดที่แนะนำ จะเป็นขนาด 10 x 5 ซม. เนื่องจากสติ๊กเกอร์มีขนาดใหญ่เพียงพอ ผู้ผลิตสามารถใส่คิวอาร์โค้ด เพื่อลิ้งถึงเว็บไซต์ของบริษัทและวิดีโอการใช้งานหรือวิดีโอการติดตั้ง เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าได้มากขึ้น เราแนะนำให้ติดไว้ในตำแหน่งที่ลูกค้าเห็นได้ชัดเจน แต่ต้องไม่บดบังรูปลักษณของสินค้า

” เราแนะนำให้ใช้สติ๊กเกอร์ที่เป็นกาวรีมูฟ เพราะจะทำให้ไม่ทิ้งคราบกาวที่ตัวสินค้าเมื่อลอกสติ๊กเกอร์ออก”

      ก๊อกน้ำ ฝักบัวและสายชำระ ส่วนใหญ่สินค้าจะมาในแพ็คเกจหรือถุง ที่มีสติ๊กเกอร์บาร์โค้ดติดมาพร้อมอยู่แล้วจากผู้ผลิต ขนาดสติ๊กเกอร์ส่วนใหญ่ที่ผู้ผลิตเลือกใช้ จะเป็นขนาด 5 x 3.5 ซม. และมักจะติดไว้ที่มุมของแพ็คเกจหรือถุง เพื่อไม่ให้บังรายละเอียดที่มีอยู่แล้วบนแพ็คเกจ

      ในส่วนของสินค้าที่มีแพ็คเกจเป็นถุงพลาสติกหรือกล่อง หากสินค้ามีขนาดใหญ่และไม่มีรายละเอียดติดมากับแพ็คเกจ เช่น ชั้นวางของ ตะขอแขวนผ้า ขนาดสติ๊กเกอร์บาร์โค้ดที่แนะนำคือ ขนาด 10.2 x 7.6 ซม. เพราะจะใส่ข้อความได้ครบ และควรติดสติ๊กเกอร์ที่กลางแพ็คเกจ เพื่อช่วยให้ลูกค้าเห็นและอ่านได้ชัดเจน

      แต่ถ้าบนแพ็คเกจเหลือพื้นน้อยไว้สำหรับติดสติ๊กเกอร์ ลูกค้าควรใช้สติ๊กเกอรที่มีขนาดเล็กลง เช่น ขนาด 5 x 3 ซม. ซึ่งก็สามารถใส่รายละเอียดได้ครบ เช่น ชื่อแบรนด์ รหัสสินค้า ชื่อสินค้าและบาร์โค้ด

สติ๊กเกอร์บาร์โค้ดสำหรับบานพับประตู-หน้าต่าง มือจับและลูกบิดประตู

      บานพับประตู-หน้าต่าง และลูกบิดประตู ส่วนมากจะมาพร้อมแพคเกจและรายละเอียดสินค้าครบถ้วนจากผู้ผลิตอยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่จะขาดบาร์โค้ดที่ใช้ในการตัดสต๊อคขายหน้าร้าน เราสามารถพิมพ์สติ๊กเกอร์บาร์โค้ดมาติดเพิ่มเองได้ สติ๊กเกอร์ที่แนะนำ จะเป็นขนาด 3.4 x 2 ซม. สติ๊กเกอร์มีขนาดเล็กแต่สามารถใส่บาร์โค้ด รหัสสินค้า ชื่อสินค้า ได้ครบและติดที่แพ็คเกจได้สวยงาม โดยไม่บังรายละเอียดสินค้าที่อยู่บนแพคเกจเดิม

      สำหรับสินค้าที่ไม่มีคำแนะนำภาษาไทยมาด้วย ร้านค้าปลีกควรพิมพ์ฉลาก สคบ. ที่เป็นภาษาไทย เพื่อระบุรายละเอียดสินค้า และแนะนำการใช้งาน สติ๊กเกอร์ที่แนะนำ คือขนาด
5.2 x 4.2 ซม. เพราะมีขนาดใหญ่พอสำหรับรายละเอียดที่เยอะขึ้น

      ในส่วนของสินค้าที่มีแพ็คเกจเป็นถุงพลาสติก เช่น มือจับประตู กลอนประตู  ก็สามารถติดสติ๊กเกอร์ สคบ.ได้เช่นกัน และหากข้อความที่ใส่น้อยลง ก็สามารถลดขนาดสติ๊กเกอร์บาร์โค้ดมาเป็นขนาด ขนาด 4 x 3 ซม. ในส่วนของสินค้าที่จำเป็นต้องติดสติดสติ๊กเกอร์บาร์โค้ดเพิ่มทุกชิ้น เราของแนะนำให้ใช้เครื่องพิมพ์บาร์โค้ด เพื่อสะดวกและง่ายต่อระบบการทำงานของลูกค้า ดูเครื่องพิมพ์บาร์โค้ด

สติ๊กเกอร์บาร์โค้ดสำหรับ กระเบื้องปูพื้น พื้นไม้ พื้นลามิเนต กระเบื้องยาง แผ่นแกรนิต

      กระเบื้องปูพื้นปูผนัง กระเบื้องและวัสดุมุงหลังคา พื้นไม้พื้นลามิเนต พื้น และแผ่นแกรนิตแผ่นหินอ่อนปูพื้นปูผนัง เป็นวัสดุก่อสร้างที่ชิ้นใหญ่และมีน้ำหนักเยอะ ในโชว์รูมส่วนมากจะมีแค่ตัวอย่างสินค้า เมื่อลูกค้าซื้อสั่งสินค้าจะได้ใบเสร็จรับเงินเพื่อนำไปรับสินค้าที่คลังสินค้าข้างโชว์รูม

      พนักงานคลังสินค้าจะต้องเช็ครหัสสินค้าก่อนที่จะส่งมอบให้ลูกค้า เนื่องจากสินค้ามีขนาดใหญ่ และมีน้ำหนักมาก ไม่สะดวกต่อการยกลงมาจากชั้นวาง การติดสติ๊กเกอร์บาร์โค้ดที่ตัวสินค้าและใช้เครื่องอ่านบาร์โค้ดแบบไร้สาย ซึ่งเมื่ออ่านข้อมูลแล้วส่งตรงไปยังคอมพิวเตอร์ ที่อยู่ตรงจุดจ่ายสินค้าได้ทันที ทำให้สะดวกต่อการตัดสต็อคและตรวจสอบให้ถูกต้อง ก่อนการเคลื่อนย้ายสินค้าเพื่อส่งมอบให้ลูกค้า

      ปูนยาแนวส่วนมากแพคมาเป็นถุง ที่มีโลโก้และรายละเอียดสินค้าครบอยู่แล้ว แต่ส่วนมากไม่มีบาร์โค้ดติดมาด้วย เราแนะนำสติ๊กเกอร์ขนาด 3.2 x 2.5 ซม. เป็นขนาดที่เหมาะสมกับถุงปูนยาแนวทั่วไป สามารถใส่บาร์โค้ดและรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น
วันเดือนปีที่ผลิต และล็อตนัมเบอร์

      ส่วนสินค้าที่มีขนาดยาว เช่น คิ้วกระเบื้อง คิ้วบัว คิ้วไม้ลามิเนต เราสามารถติดสติ๊กเกอร์ที่ตัวสินค้าได้เลย สติ๊กเกอร์ที่เหมาะสมคือขนาด 5.2 x 3 ซม. สามารถใส่รายละเอียด เช่น
ชื่อสินค้า โลโก้ รุ่น ขนาด สี วันที่ผลิตและบาร์โค้ด

      แผ่นยิปซั่ม เมทัลชีท  แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ (ไม้ฝาเฌอร่า) แผ่นไม้อัดซีเมนต์บอร์ด ฝ้าเพดาน เป็นสินค้าชิ้นใหญ่ที่มีแพคเกจมาอยู่แล้ว ในกรณีที่แพคเกจไม่มีบาร์โค้ดติดมา ถ้าผู้
จัดจำหน่ายต้องการติดบาร์โค้ดหรือราคาเพิ่มเติม แนะนำสติ๊กเกอร์ ขนาด 3 x 1.5 ซม. ซึ่งเป็นขนาดที่พอดีกับขอบของแพคเกจฝ้า และลูกค้าสามารถนำบาร์โค้ดไปใช้กับโปรแกรมขายหน้าร้าน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมสต๊อค

      ฝ้าเพดานเป็นสินค้าชิ้นใหญ่ที่ไม่สามารยกขึ้นลงได้บ่อย ซึ่งเหมือนกับสินค้าประเภทกระเบื้องลูกค้าสามารถใช้เครื่องอ่านบาร์โค้ดแบบไร้สาย ซึ่งจะเพิ่มความสะดวกและประสิทธิภาพในการจัดการควบคุมสต๊อค

Scroll to top
Cart
  • No products in the cart.